ประชาสัมพันธ์ เรื่อง โครงการ “การนำผลจากงานวิจัยมหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน สู่ผู้ใช้ประโยชน์: จังหวัดนครราชสีมา”

ประชาสัมพันธ์ เรื่อง โครงการ “การนำผลจากงานวิจัยมหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน สู่ผู้ใช้ประโยชน์: จังหวัดนครราชสีมา”

ขอรายงานการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการขับเคลื่อนการวิจัยและการนำไปใช้ประโยชน์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

วันที่ 9 ตุลาคม 2569

คณะของเรา (มีมาเพิ่มเติมจาก กทม.😁) มุ่งหน้าสู่ ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
จุดหมายแรกคือ “วิสาหกิจชุมชนศูนย์สาธิตการเกษตรร้านค้าชุมชน ตำบลท่าเสา”
พบกับคณะกรรมการของศูนย์ฯ นำโดยท่านประธานฯ พิพัฒน์

เล่าให้คณะของเรารับรู้ความเป็นมาของการตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้
ว่าเกิดจากปัญหาหนี้สินของคนในชุมชนที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม
บางรายสูญเสียกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกินของตนเองให้กับธนาคารเพราะเมื่อกู้ยืมมาแล้ว
ผลผลิตการเกษตรไม่ได้ผลดี ปัญหาพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบ รวมถึงสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ
ทำให้
กรรมสิทธ์ที่ดินหลุดลอย…

ต่อมารวมตัวกันด้วยแนวคิด “เกษตรปลอดภัย” โดยเน้นให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกพืชผักที่ใช้ในครัวเรือน
นำมารวมกันขายในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน มีระบบแบ่งปันผลกำไรที่เป็นธรรม เน้นให้คนในชุมชนช่วยเหลือดูแลกันเอง
จนปัจจุบันมีผลประกอบการที่ดีสมาชิกสามารถ “อยู่ได้” อย่างพอเพียง

สิ่งที่วิสาหกิจต้องการในขณะนี้คือรวบรวมถอดรูปแบบของพื้นที่นี้สร้าง “โมเดล” เพื่อขยายและเชื่อมโยงกับพื้นที่อื่น ๆ
อีกประมาณ 95 ตำบลที่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีด้วยความมุ่งหมายที่ดีถึงเพื่อนพ้องอาชีพเกษตรกร
ซึ่งดูจะเป็นเป้าหมายที่ “ใหญ่” มากๆ 😄

อีกประเด็นที่สำคัญที่สืบเนื่องมาจากการตัดถนนเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคมรวมถึงการ “เปลี่ยนมือ”
ของการถือครองที่ดิน ทำให้เกษตรกรหลายรายมีปัญหาเรื่องการผลิตสินค้าเกษตร หลายชนิดผลิตได้น้อยเพราะมีพื้นที่จำกัดลง
จึงอยากได้เทคโนโลยีการเกษตรใหม่ ๆ ที่สามารถเพิ่มทั้งคุณภาพและปริมาณ
รวมถึงวิธีการถนอมเก็บรักษา การบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ ผลผลิตการเกษตรให้มีมาตรฐานที่ดีกว่าที่เป็นอยู่…

หลังจากการพูดคุย คณะเราก็ช่วยกันอุดหนุนสินค้าเกษตรที่ชาวบ้านนำมาฝากที่ศูนย์ขาย
พบว่าราคาถูกมาก ๆ แตกต่างราวฟ้ากับเหว 😅กับร้านหรือ supermarket ต่าง ๆ ในเมือง…

นี่คงเป็นเงินที่สูญหายเข้ากระเป๋า
“คนกลาง” เกษตรกรผู้ผลิตได้แต่จำใจยืนดูตาปริบๆ ยอมรับอย่างหน้าชื่นอกตรม…🥲

ด้วยเวลาที่มีจำกัด คณะเราก็เร่งรีบมุ่งหน้าสู่ ต.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
พบกับผู้ใหญ่บ้าน ม.1 คุณธณภณ ผู้นำชุมชนที่เป็นแกนนำชาวบ้านลุกขึ้นมาต่อสู้ปกป้องชุมชนของตนเอง
จากทุนต่างชาติที่อาศัยช่องว่างของกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ เข้ามาใช้พื้นที่เกษตรกรรม
โดยเฉพาะคลองส่งน้ำของชุมชน เพื่อใช้ในการสร้างโรงงานแต่งแร่ที่นำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน
ซึ่งกระบวนการอาจสร้างมลพิษทางอากาศ ของเหลือใช้ทางเคมีทิ้งในพื้นที่
รวมถึงการใช้แหล่งน้ำหลัก (ห่างกันแค่ข้ามถนน)
ในการอุปโภคบริโภคของคนในพื้นที่และอาจกระจายสู่พื้นที่ปลายน้ำข้ามจังหวัด…

ผลของการรวมพลังของคนในชุมชน ทำให้โรงงานหยุดดำเนินการ (ชั่วคราว) แต่ยังไม่มีสิ่งใดยืนยันได้ว่าจะหยุดแบบถาวร
ผู้นำชุมชนจึงฝากคณะของเราในประเด็นข้อเสนอแนะในเชิงกฎหมายเพื่อเป็นเหมือน “กำแพงพิงหลัง”
ให้ชุมชนในการออกมาปกป้องตนเองจากภัยคุกคามทางสิ่งแวดล้อมที่อาจส่งผลระยะยาวต่อคุณภาพชีวิตคนในชุมชน

เรายังได้แนวคิดในการถอดรูปแบบของ
“พลัง” ชุมชนในการลุกขึ้นปกป้องตนเอง ซึ่งอาจจะนำไปสู่การสร้างจิตสำนึก “รักถิ่นฐาน” ให้กับชุมชนอื่น ๆ เป็นแบบอย่างต่อไป…☺️

เวลาหมดไปอีกวัน แต่
“พลัง” ที่เราได้รับจากผู้คนในชุมชนกลับมาเพิ่ม “กำลัง” ในการขับเคลื่อนต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง….

ลุกออกมาจาก “พื้นที่ปลอดภัย” แล้วมาร่วมขบวนเดินทางไปด้วยกันต่อไปอีกครับ….😀

#มหาวิทยาลัยรามคําแหง
#สถาบันวิจัยและพัฒนา
#สถาบันวิจัยสัตว์ในภูมิภาคเขตร้อน
#มหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน

 

ขออนุญาตรายงานการทำงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนการวิจัยและการนำไปใช้ประโยชน์

ในวันที่ 8 ตุลาคม 2569

เดินทางออกจาก กทม. ด้วยเส้นทาง M81 สู่ดินแดนภาคตะวันตก ปลายตำบลหนองขาว
อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ไม่ไกลจากเมืองหลวงมากนัก แต่สภาพแวดล้อมห่างไกลกันมาก….

คณะเรา เดินทางด้วยรถส่วนตัว (ค่าใช้จ่ายได้รับความอนุเคราะห์จาก รศ.ดร.มณี 😆)
ยังไม่ครบทีมเพราะต่างมีภารกิจ ตามที่ได้นัดหมายกับ “อาจารย์พร”
ที่ศูนย์กระจายสินค้า ต.หนองโรง อ.พนมทวน
คุณครูปราชญ์ชาวบ้านผู้ที่ทำงานทุ่มเทอยู่กับพื้นที่มาอย่างยาวนาน
เป้าหมายคือการ “สร้างมูลค่าเพิ่ม” ให้กับทุกสิ่งทุกอย่างของชุมชน…

ได้รับรู้เรื่องราวของการทำงานอยู่บนเงื่อนไขและบริบทของสังคมที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวย
ความยากของการบริหารจัดการพื้นที่ “ป่าชุมชน” กว่าพันไร่ ที่ค่อย ๆ
ฟื้นตัวในลักษณะ Secondary succesion ล้อมรอบด้วยชุมชน 4 หมู่บ้าน

ความต้องการหลัก ๆ ของ อ.พร คืออยากให้มหาวิทยาลัยรามคำแหง “สร้าง”
แผนบริหารจัดการพื้นที่ป่าชุมชน ที่ปัจจุบันเข้าสู่สภาพกำลังทรุดโทรม
จากเดิมที่เคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน หลายๆ อย่าง “เคย”
ผ่านช่วงเวลาของความ Active แปรเปลี่ยนสู่ความร่วงโรยไปตามสภาพเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบัน…

ดูเหมือนการทำ “วิจัยชุมชน” ในครั้งนี้ จะเปิดอีกโลกนึงของคณะเราเข้าสู่ความท้าทายใหม่….😓
ที่ไม่ไกลจากสังคมเมืองหลวงมาก แต่ต่างกันมาก…

ยังไม่จบนะครับ….😊

ลุกออกมาจาก “พื้นที่ปลอดภัย” แล้วมาร่วมขบวนเดินทางไปด้วยกันต่อไปอีกครับ….😀

#มหาวิทยาลัยรามคําแหง
#สถาบันวิจัยและพัฒนา
#สถาบันวิจัยสัตว์ในภูมิภาคเขตร้อน
#มหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน

ขอส่งกำลังใจเพื่อการฟื้นฟูมหาวิทยาลัยรามคำแหงของเราหลังน้ำลดครับ..

1 ตุลาคม 2569

ขอส่งกำลังใจเพื่อการฟื้นฟูมหาวิทยาลัยรามคำแหงของเราหลังน้ำลดครับ..

ขณะเดียวกันขออนุญาตรายงานการทำงานคู่ขนานกันไปของคณะกรรมการขับเคลื่อนการวิจัยและการนำไปใช้ประโยชน์
ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ณ สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดกาญจนบุรี

จากที่ได้ประสานงานกันก่อนหน้านี้มาร่วมเดือนกับท่านรองอธิการบดีฯ หัวหน้าสาขาฯ กาญจนบุรี
และการนัดหมายกับทีมบริหารส่วนท้องถิ่น ปราขญ์ชาวบ้าน ของ อ.บ่อพลอย
ซึ่งเป็นที่ตั้งของสาขาวิทยบริการฯ เพื่อให้การทำงานเดินหน้าแบบต่อเนื่องของ Campaign “มหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน”
คณะกรรมการฯ จึงเดินทางไป พบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยน เพื่อร่วมทำงานในช่วงเวลาต่อจากนี้…

ในครั้งแรก (อย่างไม่เป็นทางการ) นี้ทำให้เรา “เปิดโลก” แห่งการรับรู้ข้อมูลและบริบทของพื้นที่ อ.บ่อพลอย
ที่มีความเป็นมา “ไม่ธรรมดา” 😀

อาจด้วยการมีเวลาจำกัดของคณะกรรมการฯ แบบ “เช้าไป-เย็นกลับ” ทำให้ยังไม่อาจเข้าถึงข้อมูลที่รอบด้าน
แต่ถือเป็นการนำร่อง เพื่อขอ “ปักธง” ในการใช้ “สหวิทยาการเพื่องานวิจัย”
ทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นอย่างเต็มรูปแบบของ

#มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งหมุดหมายสำคัญคือการเป็น #มหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน ให้ได้ตามเป้าประสงค์

ได้รับทราบข้อมูลพอสมควรจากทีมบริหารส่วนท้องถิ่น

ได้มีโอกาสรู้จักกลุ่มปราชญ์ชาวบ้านกลุ่มสตรีสูงวัย
ที่มีวัฒนธรรมการชักชวนให้คนทำบุญด้วยการร้องประสานเสียงแบบพื้นบ้านที่เรียกกันว่า “ร่อยพรรษา”
ในลักษณะ “จิตอาสา“ ที่กำลังจะสูญหายไปกับกาลเวลาเพราะไร้ผู้สืบทอด…

ได้รับทราบการเหลืออยู่ของกลุ่มช่างฝีมืออัญมณี 39 ชีวิต จากการพัฒนาสะสมประสบการณ์สืบทอดมาจาก
“ความรุ่งเรือง” ในอดีต ที่ปัจจุบันเมื่อทรัพยากร
“พลอย” หายากมาก ๆ หลงเหลือ “นิล” ที่เป็นส่วนเหลือจากการขุดพลอย
แต่กลับมากลายเป็นอัญมณีที่มีคุณค่าทดแทน

และกำลังประสบปัญหา “ของปลอม” “ของถูก” จากระบบเศรษฐกิจโลกมารุกรานวิถีชีวิตคนในชุมชนท้องถิ่น

และสุดท้ายได้มีโอกาสรู้จักกลุ่มชาติพันธุ์ จากเวียดนาม ที่สืบทอดวัฒธรรมมาอย่างยาวนาน
ในอดีตมีการเคลื่อนย้ายจากฝั่งตะวันออกมาสู่ฝั่งตะวันตกของประเทศไทย เรียกตัวเองว่า
“ไทยทรงดำ” ซึ่งปัจจุบันมีวิถีชีวิตที่ปรับตัวเป็น “คนไทย”
แต่ยังคงมีการสืบทอดวัฒนธรรมดั้งเดิมอยู่อย่างเข้มแข็ง

ก่อนกลับจากสาขาฯ เดินผ่านห้องโถงเหลือบไปเห็นรูป “ผู้ชายคนนั้น..” 😁
ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีของเรา
ป่านนี้คงง่วนอยู่กับการฟื้นฟูสภาพจากน้ำท่วมของ “รามฯ 1” อยู่อย่างเข้มแข็ง เชื่อว่า
“พลัง” จากท่าน ทำให้คณะฯของเราและทุกชีวิตในรามฯ มีกำลังใจ “เดินต่อ” อย่างไม่ย่อท้อครับ….

ขอบคุณ
– รองศาสตราจารย์ประโมทย์ จารุนิล
รองอธิการบดีสาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติจังหวัดกาญจนบุรี
– นายนันทภัค ไม้หอม
หัวหน้าสำนักงานเลขานุการ สาขาวิทยบริการฯ จ.กาญจนบุรี
– นางสาวชลัชกร ปานดี
นักวิชาการศึกษาปฎิบัติการ
– เจ้าหน้าที่ของสาขาฯ ทีมบริหารส่วนท้องถิ่น และปราชญ์ชาวบ้าน
ทุก ๆ ท่าน

ลุกออกมาจาก ”พื้นที่ปลอดภัย“ แล้วมาร่วมขบวนเดินทางไปด้วยกันต่อไปอีกครับ….😀

#มหาวิทยาลัยรามคําแหง
#สถาบันวิจัยและพัฒนา
#สถาบันวิจัยสัตว์ในภูมิภาคเขตร้อน
#มหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน